ผู้เขียน หัวข้อ: ขอสินเชื่อหลายที่พร้อมกัน ธนาคารจะอนุมัติไหมนะ?  (อ่าน 40 ครั้ง)

Lada.Chon

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
เชื่อว่าคำถามนี้ยังคงเป็นหนึ่งในข้อสงสัยที่ใครหลายๆ คน อยากรู้ ซึ่งอันที่จริงแล้วเราสามารถสมัครบัตรเครดิตหลายที่พร้อมกันได้ค่ะ แต่... ไม่อยากแนะนำให้ทำสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนักด้วยแล้ว สถาบันการเงินยิ่งกลัวหนี้เสียขึ้นสมอง ดังนั้นการขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพียงที่เดียวไปเลยจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด วันนี้จึงขอแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ในการเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อกัน

วิธีขอสินเชื่อส่วนบุคคล

1. สมัครทีละสถาบันการเงิน

สถาบันการเงินจะรู้ว่า ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผู้สมัครกู้ได้ทำการยื่นขอสมัครสินเชื่อไปกี่ครั้งจากเครดิตบูโร ถ้ามีการยื่นขอสมัครเป็นจำนวนมาก สถาบันการเงินจะระมัดระวังในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ให้ เพราะถือว่าเป็นผู้กู้ที่มีความต้องการสินเชื่อมากและมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นไม่ควรจะยื่นขอสินเชื่อเยอะๆ หลายๆที่ เพราะจะทำให้เสี่ยงถูกปฏิเสธ

2. เดินบัญชีธนาคารสม่ำเสมอ

สถาบันการเงินจะพิจารณารายได้ของผู้สมัครกู้จากเอกสารประกอบเท่านั้น ดังนั้นข้อมูลที่สถาบันการเงินเชื่อถือมากที่สุดคือจำนวนเงินเข้าในบัญชีธนาคารนั่นเอง ถ้าเป็นพนักงานประจำที่รับเงินเดือนผ่านการโอนเข้าธนาคารอยู่แล้วอาจจะไม่จำเป็นต้องเดินบัญชี แต่ถ้าเป็นพนักงานที่รับเงินเดือนเป็นเงินสดควรจะต้องนำเงินเดือนเข้าไปฝากธนาคารก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานแสดงรายได้

3. เก็บเอกสาร/หลักฐานรายได้

สถาบันการเงินคำนวนรายได้ตามเอกสารประกอบเท่านั้น ดังนั้นควรเก็บเอกสารแสดงรายได้ให้พร้อม ถ้าเป็นพนักงานประจำก็แค่ สลิปเงินเดือน แต่ถ้ากรณีเจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ก็จะต้องเก็บหลักฐานทางการค้า เช่น ใบสั่งซื้อ/สัญญาสั่งซื้อ/บิลกำกับภาษี หรือรายการเสียภาษีนิติบุคคลหรือภาษีบุคคลธรรมดา มาประกอบการสมัครกู้

และที่สำคัญเอกสารเหล่านี้สามารถแสดงถึงอายุกิจการหรือประสบการณ์ได้อีกด้วย โดยเฉพาะกรณีผู้ประกอบการอิสระ ที่ไม่ได้จดทะเบียนกับภาครัฐ ไม่มีหนังสือรับรองบริษัท/ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ ทะเบียนการค้า ที่สามารถแสดงถึงอายุกิจการได้

4. ใส่เบอร์โทรศัพท์บ้านและที่ทำงาน

สถาบันการเงินจะพิจารณาและให้คะแนนแก่ผู้สมัครกู้ที่มีเบอร์ที่ทำงานที่ติดต่อได้ และสามารถสอบถามหรือตรวจสอบได้ว่า ผู้สมัครได้ทำงานอยู่บริษัทนั้นๆจริง ถ้าผู้สมัครไม่มีเบอร์ประจำในที่ทำงาน ควรให้เบอร์โทรศัพท์ฝ่ายบุคคลของบริษัทไปแทน เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถติดต่อพูดคุย สอบถามจากฝ่ายบุคคล

และให้ฝ่ายบุคคลของบริษัทเรา แจ้งกับสถาบันการเงินแทนได้ว่าผู้สมัครได้ทำงานอยู่ในบริษัทอยู่จริงและมีอายุงานตามที่ได้แจ้งไว้ เช่นเดียวกับเบอร์โทรศัพท์บ้าน ที่สถาบันการเงินมองว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดต่อผู้กู้ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรกรอกเบอร์โทรศัพท์บ้านที่อยู่ปัจจุบัน หรือถ้าไม่มีเบอร์โทรศัพท์บ้านจริงๆ ควรจะใส่เบอร์โทรศัพท์บ้านญาติ ที่มีคนรับสายแทนได้
 
แค่ทำตาม 9 เคล็ดลับง่ายๆนี้ก็เพิ่มโอกาสสูงในการได้รับอนุมัติสินเชื่อต่างๆได้ง่ายๆแล้ว เชื่อ rabbit finance เถอะ เพราะเราคือโบรคเกอร์ประกันภัยรถยนต์ที่คนไทยไว้วางใจและเลือกใช้