ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้าไม่อยากเสียภาษีเพิ่ม!! อย่าเอารายจ่ายส่วนตัวมาใช้ในธุรกิจ  (อ่าน 963 ครั้ง)

U-CREDIT

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 253
    • ดูรายละเอียด
“ตั้งแต่มีบริษัทนี่สบายนะ มีอะไรเราก็ไปเบิกเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทหมดเลย” มิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวให้ผมฟัง ขณะเลือกช๊อปปิ้งของหรูหราไฮโซในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง พร้อมทำสีหน้าภาคภูมิใจพร้อมกับพูดต่อด้วยว่า “เนี่ย.. มีบิลอะไรๆผมก็เบิกบริษัทหมดแหละ เห็นข่าวว่าวันนี้น้ำมันราคาลด เดี๋ยวจะเอารถส่วนตัวไปเติมสักหน่อย มีบริษัทมันดีแบบนี้เอง วะฮะฮะฮ่า” #เอ่อดูท่าพี่จะเมาไวน์นะครับ

เรื่องราวที่เล่ามาของมิตรสหายท่านนี้เลยเป็นที่มาของบทความในคอลัมน์ ภาษีธุรกิจ 101 โดย @TAXBugnoms ประจำสัปดาห์นี้ครับ ที่จะมาพูดคุยให้ฟังถึงปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นสำหรับเรื่องแนวคิดของการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจในประเทศไทยทั้งหลาย

ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจาก เจ้าของธุรกิจนี่แหละครับ!! ที่พยายามจะหลีกเลี่ยงภาษีโดยการทำตัวเลขให้ขาดทุนโดยไม่สนความเป็นจริงของลักษณะธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามการทำตัวเลขให้ขาดทุนนั้น ไม่ได้แปลว่าเจ้าของธุรกิจทั้งหลายจะไม่เสียภาษีนะครับ ถ้าใครยังไม่แน่ใจลองอ่านบทความเรื่อง ทำไมธุรกิจขาดทุนถึงยังต้องเสียภาษี นี่คือเหตุผลที่คุณต้องอึ้ง!! อีกสักหนึ่งรอบนะครับ เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความแตกต่างทางด้านกำไรทางบัญชีและทางภาษีครับ

ทีนี้.. ถ้าเราลงลึกไปในรายละเอียดการคำนวณภาษีเงินได้จากกำไรทางภาษีแล้ว เราจะพบว่า รายจ่ายที่มีปัญหาที่สุดที่ทำให้พี่ๆสรรพากรมีโอกาสในการประเมินภาษีเพิ่ม นั่นคือ รายจ่ายส่วนตัว หรือ รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ซึ่งทางประมวลรัษฏากรหรือกฎหมายภาษีนั้น บอกไว้ชัดๆเลยครับว่า รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไม่สามารถถือเป็นรายจ่ายได้ (รายจ่ายต้องห้าม) เอ้า มาดูภาษากฎหมายกันเพิ่มเติมตาม มาตรา 65 ตรี ตามประมวลรัษฎากร กันสักหน่อยครับ :)  ถ้าไม่อยากเสียภาษีเพิ่ม!! อย่าเอารายจ่ายส่วนตัวมาใช้ในธุรกิจ simple smile

แนะนำให้อ่าน: วางแผนภาษีแบบ Step By Step สำหรับธุรกิจ "ขายของออนไลน์"

มาตรา 65 ตรี (3) : รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศลเว้นแต่รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณะประโยชน์ตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

มาตรา 65 ตรี (13) : รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ

จากภาษากฏหมายที่แสนจะซับซ้อน พรี่หนอมขอแปลสั้นๆง่ายๆว่า  รายจ่ายที่เป็นเรื่องส่วนตัว ให้ชาวบ้านไปทั่ว และการบริจาคที่ไม่เข้าตามเงื่อนไข รวมถึงไม่ใช่จ่ายไปเพื่อหากำไรนั้น ไม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้นั่นเองครับ

เพราะฉะนั้น รายจ่ายที่ใครหลายคนเข้าใจว่า เอามาจ่ายได้แบบเก๋ๆสวยๆ อย่าง

– ซื้อของใช้ส่วนตัว ตกแต่งบ้าน ดันเอามาเบิกบิลบริษัท
– ค่าน้ำมันรถของศรีภรรยา ตามประสาพ่อบ้านใจกล้า
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ตีกอลฟ์ ดูหนัง ฟังเพลง
– จ่ายการกุศลอะไรไม่รู้. ที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ฯลฯ

ขอเตือนไว้เลยครับว่า โปรดระวังไว้นะครับ เพราะเมื่อกฎหมายไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย แต่เราดันเอามาเป็นรายจ่ายทางภาษี ถ้าพี่ๆสรรพากรทั้งหลายตรวจสอบแล้วเจอเมื่อไร เค้ามีอำนาจสั่งให้ บวกกลับรายจ่ายพวกนี้กลับคืนไป เพื่อดีดให้กำไรเพิ่มขึ้นมา
 
ถ้าหากบวกกลับรายจ่ายพวกนี้ไปแล้วต้องเสียภาษี อย่าลืมของแถม คือ นอกจากภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มแล้ว เรายังต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน (นับจากเดือนที่หมดเขตยื่นแบบแสดงรายการของรอบบัญชีนั้นๆ) แบบนี้คงเป็นเรื่องใหญ่กันแน่ๆเลย

แหม่.. ไม่อยากจะเม้าท์ เคยมีอยู่เคสหนึ่งที่ผมเพิ่งเจอกับคนใกล้ตัวมาสดๆร้อนๆ เรื่องมันมีอยู่ว่า ผู้บริหารของบริษัทคนหนึ่งนำเงินของบริษัทไปซื้อ Home Theatre ชุดใหญ่แถมเอาไปประดับที่บ้าน แล้วไปบังคับให้บัญชีมาลงบันทึกเป็นรายจ่ายของบริษัท พอพี่ๆสรรพากรมาตรวจ คราวนี้ก็เป็นเรื่อง แถมผู้บริหารคนนี้ยังเคืองไล่บัญชีออกอีกต่างหาก เฮ้อออ พูดแล้วมันเศร้า TwT

ดังนั้น ถ้าหากนักบัญชีได้อ่านบทความนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องอธิบายให้เจ้าของบริษัทหรือผู้บริหารเข้าใจ คือ ต้องแยกระหว่างฐานะและรูปแบบของ “เจ้าของ” กับ “บริษัท” ออกจากกันให้เด็ดขาดเสียก่อน เพราะเรื่องค่าใช้จ่ายของบุคคลธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท เราถือว่าเป็นเรื่อง “ส่วนตัว” ทันทีห้ามนำมายุ่งเกี่ยวกับบริษัทอย่างแน่นอนครับ

ส่วนรายจ่ายอะไรที่จ่ายไปเพื่อทำ “กำไร” ให้กับบริษัท ก็สามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทอย่างถูกต้อง ขอร้องเลยครับว่า อย่านำเรื่องสองเรื่องนี้มาปะปนกัน ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตและเอกสาร ถ้าทำได้จริงๆ ผมรับประกันเลยครับว่า ชีวิตจะง่ายขึ้นมากและโอกาสที่จะโดนพี่สรรพากรมาประเมินภาษีก็น้อยลงอีกด้วยครับ

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจแบบไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งเราต้องใส่ใจ คือ เรื่องของรายจ่ายส่วนตัวนี่แหละครับ เพราะเป็นรายจ่ายที่เราต้องคิดให้ครบถ้วน ถ้าโดนประเมินขึ้นมาให้จ่ายภาษีเพิ่ม คราวนี้เปลืองกว่าเดิมเยอะแน่ๆคร้าบบบ


Credit : http://www.aommoney.com/