แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - U-CREDIT

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 17
31
บัตรเครดิต / บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2015, 10:12:47 AM »
พลาดไปเสียใจแย่ !! สมัครบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส ช่องทางออนไลน์ วันนี้

รับฟรี! บัตรของขวัญเทสโก้ โลตัส มูลค่า 500 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมครบ 3,000 บาท ขึ้นไป ภายใน 30 วันหลังจากบัตรอนุมัติ**หรือกระเป๋าเดินทาง รุ่น iCool ขนาด 20 นิ้วมูลค่า 4,490 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมครบเพียง 8,000 บาทขึ้นไป ภายใน 45 วันหลังจากบัตรอนุมัติ* ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2558


สิทธิพิเศษตลอดปี ตั้งแต่บาทแรก

• รับคืนสูงสุด 3.5%*** (คูปองเงินสดคลับการ์ด) จากยอดใช้จ่ายที่เทสโก้ โลตัส ทุกสาขา และเทสโก้ โลตัส ช้อปออนไลน์ เมื่อใช้บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า คู่กับคลับการ์ด
• รับคืนสูงสุด 3%*** (เครดิตเงินคืน) เมื่อเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ สงวนสิทธิ์เครดิตเงินคืนเฉพาะยอดการเติมน้ำมันเอสโซ่สูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อเซลล์สลิป และไม่เกิน 10 ครั้งต่อรอบบัญชี หรือเครดิตเงินคืนไม่เกิน 450 บาทต่อรอบบัญชี ถึง 31 พ.ค. 2559

32
สิทธิพิเศษ REWARD PLUS จาก Mcdonalds เพียงใช้ K-Mobile Banking Plus

33
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน ประกาศบนเวทีการประชุมสุดยอดขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องการพัฒนา ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐ โดยให้เงินช่วยเหลือ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อต่อสู้กับปัญหาความยากจนของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่าจีนซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจ ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกนั้น ยังไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโลกได้เท่าที่ควรนัก

ในครั้งนี้ผู้นำจีนได้แถลงที่จะให้เงินช่วยเหลือมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเป็นความช่วยเหลือในการลงทุนเพื่อการพัฒนาเบื้องต้นให้กับประเทศยากจนทั่วโลก และจะเพิ่มเงินช่วยเหลือก้อนนี้ ให้ถึง 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลาอีก 15 ปีข้างหน้า เพื่อช่วยให้องค์การสหประชาชาติบรรลุเป้าหมายในการกำจัดความยากจนสุดขั้วในโลกให้ได้ ภายในปี 2030 นี้

“จีนเห็นความยุติธรรมมาก่อนผลประโยชน์ และเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายต่างๆ ของโลก วิกฤตผู้อพยพในยุโรป รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานที่ต้องการสันติภาพ และการพัฒนาที่ตระหนักถึงได้” สีจิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมขององค์การสหประชาชาติ

การประกาศให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า จีนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือประชาคมโลกในการแก้ปัญหาความยากจนเท่าที่ควร ขณะที่บรรดาโลกตะวันตกต่างกล่าวหาว่า จีนซึ่งมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างยิ่ง และเป็นถึงเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกนั้น น่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ด้าน ดักลาส เอฟ พาล รองประธานกลุ่มเพื่อการบริจาคเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า แม้ว่าการประกาศของผู้นำจีนในครั้งนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบของจีนต่อสันติภาพโลกมากขึ้น แต่กระนั้นขณะนี้จีนก็บริจาคได้เพียง 40% ของที่เคยให้คำมั่นไว้ และถ้าพิจารณาถึงอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินในปัจจุบันนั้นก็เท่ากับว่าการบริจาคของจีนนั้นมีมูลค่า ลดลงกว่าเดิมเสียอีก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กล่าวว่า จีนจะยังช่วยเหลือในการผ่อนคลายหนี้ให้กับบรรดาประเทศยากจนด้วย แต่ทว่าไม่ได้ระบุถึงตัวเลขมูลหนี้ที่แน่นอนนัก ขณะที่หนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์ ของสหรัฐนั้น ชี้ว่า ที่ผ่านมาจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเสมอมาว่ามักจะให้ความช่วยเหลือกับประเทศยากจนในทวีปแอฟริกาเพื่อแลกกับผลประโยชน์จากยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เช่น การเข้าถึงแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแอฟริกา

ยิ่งไปกว่านั้น เสียงวิจารณ์ยังระบุว่า แม้ว่าจีนจะได้ทุ่มเงินไปจำนวนมากในการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคในทวีปแอฟริกานั้น แต่ทว่าจีนก็ไม่เคยเปิดเผยตัวเลขที่แน่นอนนักว่า ในแต่ละปีจีนได้ให้ความช่วยเหลือต่างประเทศไปเท่าไร

กระนั้น ด้าน จ้างจุน ผู้อำนวยการกิจการเศรษฐกิจของกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวย้ำว่า การให้ความช่วยเหลือจากจีนนั้นมีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการเมืองมากกว่าที่จะได้ผลทั้งหมด

“จีนเต็มใจที่จะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ แต่คุณไม่อาจจะคาดหวังได้ว่า ด้วยเงินทุนที่จำกัดเช่นนี้จะสามารถนำไปสู่คำตอบได้ในทุกคำถาม” จ้างจุน กล่าว

ในถ้อยแถลงของประธานาธิบดีจีนในครั้งนี้ สีจิ้นผิง ได้ชี้ด้วยว่า จีนได้ยกระดับให้ประชาชนราว 439 ล้านคนของจีนนั้นหลุดพ้นจากความยากจนได้แล้ว และสามารถพัฒนา การศึกษา รวมไปถึงการให้สวัสดิการกับสตรีที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนขับเคลื่อนสำคัญให้กับองค์การสหประชาชาติที่จะบรรลุ ในโครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเป้าหมายระดับโลกครั้งใหม่ แต่ทว่าในขณะนี้ยังถือว่ามีข้อมูลน้อยมากที่สามารถให้รายละเอียดว่าเงินทุนจากจีน และจากประเทศ อื่นๆ นั้นจะได้รับการใช้ไปในทางใดบ้าง อีกทั้งการให้ความช่วยเหลือของจีนในครั้งนี้ ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือในรูปของเงินสด หรือ เงินกู้กันแน่

ขณะเดียวกัน สภาแห่งรัฐจีนซึ่งเทียบเท่ากับคณะรัฐมนตรีของประเทศ ได้อนุมัติแผนการที่จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ที่เชื่อมเข้าสู่เมืองท่าป๋อไห่ ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือของประเทศด้วย

สภาแห่งรัฐของจีนได้เรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นของกรุงปักกิ่ง เมืองเทียนจิน มณฑลเหอเป่ย์ ชานสี เหลียวหนิง ชานตง และเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ให้เร่งพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาครั้งนี้ของรัฐบาลกลาง โดยจะมุ่งไปที่่การเปิดให้มีการลงทุนมากขึ้น รวมไปถึงการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคหลักๆ การป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมด้วย

http://www.posttoday.com/world/news/390580

34
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

กรณีที่มีการออกมาระบุถึง ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ "เอ็นพีแอล" จากครูที่กู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน จากโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.ค.พ.) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีหนังสือแจ้ง ธนาคารไม่อนุญาตให้หักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่ง เสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ของ ช.ค.พ. ทำให้ครูมีหนี้ ค้างชำระสะสมล่าสุด ณ วันที่ 31 ส.ค.ถึง  64,197 ราย คิดเป็นเป็นเงิน 5,388 ล้านบาท จากที่ร่วมโครงการกว่า 4.6 แสนราย ในวงเงินกู้รวมกว่า 4 แสนล้านบาท

ยังไม่นับรวมถึงหนี้นอกระบบ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ไม่สามารถรวบรวมตัวเลขที่แท้จริงได้ เรื่องนี้ สะท้อนถึงปัญหาหนี้ครูที่หยั่งรากลึกจนยากจะจินตนาการออกว่า จะจบลงอย่างไร...

วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า เรื่องนี้ ขมวดเป็นปมปัญหาหลายชั้นจนยากที่จะแก้ไขได้ ประการแรก เริ่มจาก การอำนวยความสะดวกให้ครูกู้เงินได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เช่น สามารถกู้ยืมจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งมีอยู่ในทุกพื้นที่ที่ครูบรรจุ

"มีรูปแบบการกู้ให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกู้แบบฉุกเฉิน มีหลักทรัพย์หรือไม่มีหลักทรัพย์ ใช้เพียงการค้ำประกันของสมาชิกกันไปมา กู้จากสถาบันการเงินอื่นๆ กู้นอกระบบ หรือกู้แทนคนอื่นโดยใช้อาชีพครูเป็นหลักฐานในการค้ำประกัน หน่วยงานอย่าง สกสค. ก็ส่งเสริมให้กู้สารพัดวิธี ที่สำคัญ คือ สามารถหักเงินผ่อนชำระหนี้เงินกู้ก่อนได้รับเงินเดือน ให้โดยเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้จัดระบบเชื่อมโยงกับธนาคาร และหากเปรียบเทียบกับข้าราชการอื่นแล้ว พบว่าได้รับการอำนวยความสะดวกในการกู้ยืมน้อยกว่ามาก"วรากรณ์กล่าว

สาเหตุประการต่อมา คือ  ครูเป็นกลุ่มคนที่มีหน้ามีตาในสังคม ได้รับการยกย่องเป็นแม่พิมพ์ของชาติ สังคมไทยให้เกียรติ์อาชีพนี้ จนตัวครูเองติดอยู่กับภาพสถานะทางสังคมที่จะดูดีขึ้นได้ หากมีรถขับหรือมีสิ่งบ่งชี้ในรูปของทรัพย์สินให้เห็นชัดเจน ครูก็ต้องตอบสนองเรื่องนี้ ด้วยความเป็นหนี้ ครูสามารถออกบัตรเครดิตกี่ใบก็ได้ หากประวัติดี รวมถึงเป็นอาชีพที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของบริษัทผ่อนสินค้าทั้งหลายแล้ว ที่บางครั้ง ขอดูเพียงสลิปเงินเดือนก็ยอมให้ผ่อนชำระสินค้าได้

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แจกแจงอีกว่า ครูจำนวนหนึ่ง มีความเชื่อผิดๆ ว่า ไม่ว่าจะมีหนี้สินมากมายเพียงไร ภาครัฐก็ต้องโดดลงมาช่วยแก้ปัญหา เพราะมิฉะนั้น เด็กนักเรียนจะได้รับผลกระทบจากความเครียด ไม่มีสมาธิสอน เพราะต้องวิตกเรื่องหนี้สินที่ล้นพ้นตัว หลายรัฐบาลจึง ตั้งกองทุนช่วยแก้ไขหนี้สินครู แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะครูกลุ่มนี้จะยังกู้ยืมต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

นอกจากนี้ ยังพบด้วย ว่า มีครูจำนวนหนึ่ง ที่กู้ยืมไปลงทุนสร้างรายได้เสริม ขายตรง เก็งกำไรหุ้น เล่นหวยอย่างหนักมือ เก็งกำไรที่ดิน ฯลฯ แต่ต้องขาดทุนเพราะ ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอย่างเพียงพอ

วรากรณ์ ระบุอีก ว่า แม้ปัจจุบัน ครูจะเป็นอาชีพที่มีเงินเดือนเฉลี่ย สูงกว่า 2. 5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงว่าอาชีพอื่น แต่ปัญหาหนี้ก็ยากที่จะหมดไป เนื่องจากหน่วยงานรัฐไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เพียงพอที่จะจัดการปัญหาได้

"ปัญหาหนี้ครูนั้นมีเยอะ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับไม่มีจำนวนตัวเลขหนี้ที่ชัดเจน หรือมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการหามาตรการจัดการปัญหา อย่าง ครูที่เป็นหนี้อยู่เท่าใด ลักษณะของหนี้เป็นอย่างไรบ้าง อายุของหนี้ แหล่งหนี้ ยอดรวมทั้งหมดของหนี้ จึงไม่สามารถนำมาประเมินหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และมีเรื่องน่าแปลกก็คือ มีครูหน่วยงานดูแลสวัสดิการ แต่กลับไม่เคยสนใจสำรวจสิ่งที่กล่าวมา มาก่อนเลย ไม่เคยมีใครสั่งให้ดำเนินการเรื่องนี้ได้ อาจจะคิดว่า ตัวเองมีหน้าที่ให้กู้อย่างเดียว และเมื่อไม่มีข้อมูลที่แท้จริง ว่าใครเดือดร้อนจริง จึงไม่รู้ ว่าจะช่วยใครก่อน จึงเป็นไปได้ยากที่จะแก้ปัญหานี้ให้หมดไป"วรากรณ์กล่าวทิ้งท้าย


http://www.posttoday.com/analysis/report/390568

35
รถใหญ่อย่างเดียวหรือเปล่าถ้ารถเล็กได้เท่าไหร่ครับ
เงื่อนไขการเช่าซื้อ
- สำหรับรถเก๋ง และ รถกระบะ ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 20% ของราคารถ
- รถตู้และรถบรรทุก ต้องดาวน์ขั้นต่ำ 25% ของราคารถ
- รถยนต์ทุกชนิดระยะเวลาการเช่าซื้อไม่ต่ำกว่า 12 เดือนและ สูงสุดไม่เกิน 96 เดือน
- อัตราดอกเบี้ยจะตามที่ตกลงกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์

37
สินเชื่อธุรกิจ / SME ฟิน ฝุด ฝุด จาก KSME
« เมื่อ: กันยายน 12, 2015, 10:41:52 AM »
SME ฟิน ฝุด ฝุด

38
จุดเด่น

เป็นบัตรเครดิตแบบ Chip ตามมาตรฐานสากลเพิ่มความปลอดภัยจากการทุจริตบัตร พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษ ณ ร้านค้าพันธมิตร   

สามารถสมัครบัตรเสริมได้สูงสุด 5 ใบ

ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 45 วัน* (ขึ้นอยู่กับวันที่ใช้จ่าย) กรณีชำระเต็มจำนวนเงินที่เรียกเก็บและชำระในเวลาที่กำหนด

สามารถเลือกชำระค่าใช้จ่ายเพียงบางส่วนแต่ต้องไม่น้อยกว่าขั้นต่ำร้อยละ 10 (และไม่น้อยกว่า 1,000 บาท) ของยอดเงินตามใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิต

สามารถใช้บัตรเครดิตกับร้านค้าที่มีเครื่องหมายรับบัตรเครดิตกสิกรไทยทั่วประเทศ และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์วีซ่าทั่วประเทศและทั่วโลก

สามารถเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าได้สูงสุด 100% ของวงเงิน ผ่านเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารและเครื่องเอทีเอ็มที่มีเครื่องหมาย ATM POOL ทั่วประเทศ และเครือข่ายวีซ่าเอทีเอ็มทั่วโลกจากเครื่องเอทีเอ็มที่มีเครื่องหมาย Plus หรือที่เคาน์เตอร์ธนาคารสมาชิกของวีซ่า
      - Platinum – เบิกถอนได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน
      - Gold – เบิกถอนได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อวัน
      - Classic – เบิกถอนได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อวัน

วงเงินพิเศษชั่วคราว กรณีมีความจำเป็นต้องใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ (มีกำหนดระยะเวลา 30 วัน)

ได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง เมื่อใช้บัตรเครดิตชำระค่าโดยสารยานพาหนะที่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะคุ้มครองคู่สมรส และบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ในวงเงินสูงสุดท่านละ 1 ล้านบาท สำหรับบัตรคลาสสิก, 2 ล้านบาทสำหรับบัตรไทเทเนียม และ ทอง, 8 ล้านบาทสำหรับบัตรแพลทินัม

รับสิทธิประโยชน์จากส่วนลดพิเศษ และรายการส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำตลอดทั้งปี

สามารถสะสมคะแนน KBank Reward Point จากการชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่านบัตรเครดิตกสิรกรไทย เพื่อแลกรับเงินคืน,บัตรกำนัล หรือไมล์สะสม ROP, คะแนนสะสม Flyer Bonus,ของรางวัลในโครงการ Special Reward ,แลกคะแนนสะสมได้ทันที ณ จุดขาย KBank Instant Reward

บริการ KBank Smart Bill Pay – บริการหักชำระค่าสาธารณูปโภค/ค่าใช้จ่ายรายเดือนอัตโนมัติ ผ่านบัญชีบัตรเครดิต

บริการ KBank Smart Pay  – สิทธิประโยชน์ในการผ่อนชำระค่าสินค้า/บริการ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% กับร้านค้าชั้นนำมากมาย

บริการ K-mAlert – บริการแจ้งการใช้จ่ายบัตรเครดิตพร้อมวงเงินคงเหลือผ่านระบบ SMS

มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร

ช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสะบาย เช่น K-Mobile Banking, K-Cyber Banking, ตัดบัญชีอัตโนมัติ , ชำระผ่านสาขาของธนาคาร และตัวแทนรับชำระเงิน
 
คุณสมบัติพิเศษสำหรับบัตร KBank-Visa payWave (K Wave)
สะดวกสบายเหนือใคร
ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรเครดิต K Wave สำหรับการชำระค่าสินค้า/บริการ ณ ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Visa ทุกแห่งทั่วโลก และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Visa payWave ได้ทั่วประเทศ
รวดเร็ว..ทันใจ
สำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการ ด้วยวิธีการ Wave ณ ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Visa payWave นั้น จะใช้เวลาในการทำรายการน้อยกว่าการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทั่วไป หรือการชำระด้วยเงินสด นอกจากนี้ผู้ถือบัตรยังไม่ต้องลงลายมือชื่อในเซลส์สลิปอีกด้วย
ปลอดภัย..ไร้กังวล
ผู้ถือบัตรสามารถทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยการ Wave ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องมอบบัตรเครดิตให้แก่เจ้าหน้าที่ร้านค้า

หมายเหตุ: การชำระค่าสินค้าและบริการ ด้วยวิธีการ Wave สำหรับยอดใช้จ่ายที่ไม่เกิน 1,500 บาทต่อรายการ กรณียอดใช้จ่ายเกิน 1,500 บาทต่อรายการ ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรชำระค้าสินค้าและบริการ โดยอ่านข้อมูลจากชิป หรือ แถบแม่เหล็ก พร้อมลงรายมือชื่อใน Sale Slip ได้ตามปกติ

40
กู้ง่ายหมดกังวลเรื่องเดินบัญชี

จุดเด่น
อนุมัติง่าย แม้เดินบัญชีน้อย
ผู้ประกอบการที่ไม่ทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคาร
 
เอกสารประกอบการสมัครสินเชื่อ
 
กรณีบุคคลธรรมดา
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร / คู่สมรสผู้สมัคร / ผู้ค้ำประกัน /
    เจ้าของหลักประกัน
2. สำเนาทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญหย่า, ใบมรณะบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี)
3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล ของผู้สมัคร / คู่สมรสผู้สมัคร / ผู้ค้ำประกัน / เจ้าของหลักประกัน (ถ้ามี)
4. สำเนาทะเบียนการค้า / เอกสารทางราชการอื่นๆ
5. เอกสารแสดงรายได้ของกิจการ
6. สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน (เฉพาะสินเชื่อแบบมีหลักประกันเท่านั้น)
 
กรณีนิติบุคคล
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20% ขึ้นไปทุกคน /
    ผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ค้ำประกันทุกคน
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล (ไม่เกิน 3 เดือน)
3. สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับของนิติบุคคล
4. สำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้น (ไม่เกิน 3 เดือน)
5. งบการเงิน ฉบับยื่นสรรพากรปีล่าสุด
6. เอกสารการเสียภาษีหรือใบสรุปยอดขาย ยอดสั่งซื้อเป็นรายเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
7. เอกสารแสดงรายได้ของกิจการ
8. สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน (เฉพาะสินเชื่อแบบมีหลักประกันเท่านั้น)


* อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นไปตามประกาศของธนาคาร

41
เริ่มต้นธุรกิจ ด้วยการเป็นหนึ่งในเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ง่ายกว่าที่คิด

จุดเด่น
ไม่ต้องมีประสบการณ์ธุรกิจอื่น
ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็กู้ได้

รายละเอียดผลิตภัณฑ์
    * อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นไปตามประกาศของธนาคาร
     
เอกสารประกอบการสมัครสินเชื่อ                                             
 
กรณีบุคคลธรรมดา
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร / คู่สมรสผู้สมัคร / ผู้ค้ำประกัน /
    เจ้าของหลักประกัน
2. สำเนาทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญหย่า, ใบมรณะบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี)
3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล ของผู้สมัคร / คู่สมรสผู้สมัคร / ผู้ค้ำประกัน / เจ้าของหลักประกัน (ถ้ามี)
4. สำเนาทะเบียนการค้า / เอกสารทางราชการอื่นๆ
5. เอกสารแสดงรายได้ของกิจการ
6. สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน (เฉพาะสินเชื่อแบบมีหลักประกันเท่านั้น)
 
กรณีนิติบุคคล
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20% ขึ้นไปทุกคน /
    ผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ค้ำประกันทุกคน
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล (ไม่เกิน 3 เดือน)
3. สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับของนิติบุคคล
4. สำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้น (ไม่เกิน 3 เดือน)
5. งบการเงิน ฉบับยื่นสรรพากรปีล่าสุด
6. เอกสารการเสียภาษีหรือใบสรุปยอดขาย ยอดสั่งซื้อเป็นรายเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
7. เอกสารแสดงรายได้ของกิจการ
8. สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน (เฉพาะสินเชื่อแบบมีหลักประกันเท่านั้น)

42
จ่ายภาษีนิติบุคคลผ่าน K-Cyber Banking for SME

43
สินเชื่ออีคอมเมิร์ซ : ค้าคล่องออนไลน์ได้ดั่งใจกับ Alibaba‏

44
ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน... ผมเป็นหนี้ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างท่วมท้นถึงกว่า 6 แสนบาท!
แล้วหนี้มหาศาลก้อนนี้ มันมาจากไหน?

ผมเป็นคนใจร้อน ถ้าอยากได้อะไรก็จะต้องได้เดี๋ยวนั้น เริ่มแรกผมมีบัตรเครดิตอยู่ 3 ใบ (เพราะมีเซลโทรมาขอให้ช่วยซื้อ) สมมุติว่าอยากได้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คสักเครื่อง ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็จะต้องค่อยๆ เก็บเงินไปเรื่อยๆ พอได้ครบก็ค่อยซื้อ แต่ผม “รอไม่เป็น” รีบตรงไปที่ร้านแล้วใช้บัตรเครดิตใบที่ 1 รูดซื้อทันที นอกจากจะโดนดอกเบี้ยจากการผ่อนแล้ว (สมัยนั้นเรื่องผ่อน 0% ไม่ค่อยจะมีหรอก) ยังต้องโดนทางร้านชาร์จ 3% จากยอดที่รูดอีกต่างหาก

แล้วมันไม่ใช่แค่อย่างเดียว มันอยากได้ไปเรื่อย ทีวี โฮมเธียเตอร์ เครื่องดนตรี ซื้อของให้แม่ ของขวัญวันเกิดแฟน เช็กอินโรงแรมหรู ฯลฯ นี่ยังไม่นับการผ่อนรถ ผ่อนบ้านที่ต้องจ่ายประจำ ค่าตั๋วเครื่องบินไปหาแฟนที่ต่างจังหวัดเดือนละ 8 เที่ยว และอื่นๆ อีกมากมายจนเกินกว่าจะสาธยายได้หมด สลับใช้บัตรที่ 2 รูดบ้าง ใบที่ 3 รูดบ้าง ใบที่ 1 รูดบ้าง ... สรุปว่า เงินเดือนน้อยนิด แต่เป็นหนี้มหาศาล

พอหนี้สินมันพอกพูนหนักเข้า เงินเดือนมันโตไม่ทันยอดหนี้ แต่ละเดือนพอจ่ายใบที่ 1 เสร็จก็ต้องรีบรับจ๊อบหาเงินมาจ่ายใบที่ 2-3 ต่อ พอหนักๆ เข้ามันก็ต้องเกิดการ “จ่ายขั้นต่ำ” ซึ่งนี่แหละครับ ประตูนรกบานแรกได้เปิดออกมาแล้ว!

สมมติว่า รอบบิลนี้คุณต้องจ่าย 5,000 บาท แต่ในบิลจะระบุมาเลยว่า คุณจะจ่ายขั้นต่ำแค่ 500 บาทก็ได้ (10% ของยอดที่ต้องจ่ายในรอบนี้) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโทรทวงหนี้ แต่ยอดเงินอีกจำนวน 4,500 บาทที่คุณติดเขาไว้นั้น คุณรู้ไหมครับว่า เขาจะคิดดอกเบี้ยคุณด้วย เขาไม่ได้ผัดผ่อนให้คุณฟรีๆ!

แม้แต่ละเดือนผมจะใช้วิธีจ่ายขั้นต่ำมาพักใหญ่ๆ แต่ทุกอย่างก็ไม่ดีขึ้น เพราะผมยังสร้างหนี้อื่นๆ เพิ่มอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เงินเดือนและรายได้อื่นๆ ยังมีเท่าเดิม หนักเข้าก็ต้องเปิดประตูนรกบานที่ 2 คือการยื่นขอ “สินเชื่อส่วนบุคคล”
สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นของ่าย ส่วนมากไม่ต้องมีหลักประกันหรือคนเซ็นค้ำประกัน แถมยังมีทั้งจากธนาคาร และบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคารทั้งหลาย มีทั้งแบบอนุมัติมาก้อนเดียวแล้วให้คุณผ่อนจ่ายเดือนละเท่าๆ กัน และแบบที่ให้เป็นบัตรกดเงินสดมาพร้อมวงเงิน อยากใช้ก็กดเงินออกมา แต่ถ้าไม่ใช้ก็ไม่ต้องเสียอะไร และเขาจะบอกคุณว่ามันคิดดอกเบี้ยแบบ “ลดต้น ลดดอก” คือถ้าคุณจ่ายเงินต้นให้หนัก ดอกเบี้ยก็จะลดลงด้วย... ฟังดูเหมือนจะดี แต่เอาเข้าจริงแล้ว คนเป็นหนี้คือคนมีเงินไม่พอใช้ ลำพังแค่หาเงินมาจ่ายดอกก็เหนื่อยแล้ว เรื่องจะโปะเงินต้นคงไม่ต้องพูดถึง ก็ได้แต่จ่ายดอกต่อลมหายใจไปวันๆ
เรื่องการใช้บัตรกดเงินสดนี้อันตรายมาก (รวมถึงการใช้บัตรเครดิตกดเงินด้วย) เพราะเขาจะคิดดอกเบี้ยคุณเป็น รายวัน! และ ทบต้นทบดอกทุกวัน!!!

เช่น
วันนี้คุณกดเงินสดออกมาใช้ 5,000 บาท
พรุ่งนี้ คุณจะเป็นหนี้ (สมมุตินะครับ) 5,000+30 บาท
วันมะรืน คุณจะเป็นหนี้ 5,030 + 30.18 บาท
วันต่อไป คุณจะเป็นหนี้ 5,060.18 + 30.37 บาท… เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกวัน จนกว่าคุณจะเคลียร์หมด
...เป็นไงครับ เริ่มน่ากลัวหรือยัง?...

จากสินเชื่อบุคคลเจ้าที่ 1 ผมขยายไปเป็นเจ้าที่ 2-3-4-5 เรียกว่าในประเทศนี้ผมใช้บริการมาหมดแล้วทุกเจ้าก็ว่าได้ ถึงปลายเดือนก็เอาบัตรกดเงินสดบ้าง บัตรเครดิตบ้าง กดเจ้าโน้นมาใช้หนี้เจ้านี้ และยังเคยหนักถึงขั้น ใช้หนี้เจ้าที่ 1 แล้วกดเงินออกมาจ่ายหนี้เจ้าอื่นๆ เป็นหนี้แบบงูกินหางไม่รู้จักจบสิ้น ยิ่งช่วงหลังๆ ภาระหนี้มากขึ้น จะยื่นกู้สินเชื่ออะไรเพิ่มก็ไม่มีเจ้าไหนยอมให้แล้ว เข้าตาจนขึ้นทุกที รวมยอดหนี้จากทุกเจ้าแล้วมันมากถึงกว่า 6 แสนบาท คิดหนักถึงขนาดเครียดจนนอนไม่หลับ

แต่ผมก็ยังถือว่าโชคดีมากๆ ช่วงนั้นธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีโปรโมชั่นสินเชื่อรีไฟแนนซ์ออกมาพอดี (ใช้ชื่อว่า สินเชื่อซับน้ำตา) จุดประสงค์เพื่อช่วยชีวิตคนที่กำลังประสบปัญหาแบบผมโดยเฉพาะ โดยเป็นแห่งเดียวที่ให้วงเงินครอบคลุมยอดหนี้ของผมได้ทั้งหมดเสียด้วย หลักการคือ ทำการรวบหนี้จากหลายๆ แห่งมาไว้ที่เดียว แต่มีข้อแม้อยู่อย่างคือ เราต้องเอาเงินไปปิดหนี้บัตรเครดิตทีละใบๆ แล้วเอาบัตรมาหักและทิ้งในกล่องขยะให้เขาดูต่อหน้า! เพื่อเป็นยืนยันในเชิงสัญลักษณ์ว่า ต่อไปนี้เราจะไม่ไปก่อหนี้เพิ่มที่ไหนอีก

สินเชื่อรีไฟแนนซ์ของธนาคารอิสลามฯ ในครั้งนั้น ช่วยพลิกชีวิตของผมขึ้นมาอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ลองคิดตามดูนะครับ... จากเดิมที่แต่ละเดือนผมต้องหาเงินมาใช้หนี้ 1 จำนวน 5,000 บาท + หนี้ 2 จำนวน 7,000 บาท + หนี้ 3 จำนวน 3,800 บาท + หนี้ 4 จำนวน 4,800 บาท + หนี้ 5 จำนวน 3,000 บาท + หนี้ 6 จำนวน 4,200 บาท + หนี้ 7 จำนวน 2,800 บาท แปลว่า แต่ละเดือนผมต้องหาเงินมาใช้หนี้ 30,600 บาท

แต่เมื่อมารีไฟแนนซ์ ผมต้องจ่ายค่างวดกับธนาคารอิสลามฯ แค่แห่งเดียว เดือนละ 15,300 บาทเท่านั้น โดยมีกำหนดผ่อนใช้หนี้เป็นระยะเวลาราวๆ 5-6 ปี นั่นทำให้ผมมีเวลาพักหายใจ เงยหน้าอ้าปากขึ้นมาได้ และเมื่อได้ทำสัญญาใจกันไว้แล้วว่าจะไม่ก่อหนี้เพิ่ม จากที่เคยชักหน้าไม่ถึงหลัง ผมก็เริ่มมีเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือน (เพราะเรามีรายได้เท่าเดิม แต่จ่ายหนี้น้อยลง และไม่ก่อหนี้เพิ่ม) และเริ่มเอาเงินส่วนนี้มา “ทยอยโปะ” คือแทนที่จะจ่ายคืนธนาคารอิสลามฯ เดือนละ 15,300 บาทตามที่กำหนดไว้ ผมก็ค่อยๆ บวกเข้าไปทีละหน่อย เช่น เดือนนี้จ่ายคืน 15,300 + 10,000 บาท, เดือนถัดไป 15,300 + 15,000 บาท, เดือนถัดไป 15,300 + 8,000 บาท, เดือนถัดไป 15,300 + 20,000 บาท ฯลฯ

ในที่สุด จากในสัญญากำหนดไว้ว่า การใช้หนี้ของผมจะใช้เวลาราว 5-6 ปี แต่สุดท้าย ด้วยพลังของการ “ทยอยโปะ” ผมใช้เวลาแค่ 2 ปีนิดๆ ก็เคลียร์ทุกอย่างได้จนหมด... จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 4 ปีผ่านไป ผมแทบจะไม่ผ่อนหรือเป็นหนี้อะไรอีกเลย แถมมีเงินเก็บในจำนวนมากกว่าที่เคยเป็นหนี้เสียด้วยซ้ำ

เอาละครับ ใครที่กำลังเป็นหนี้บัตรเครดิตเหมือนที่ผมเคยเป็น ต่อไปนี้คือเคล็ดลับจากประสบการณ์ตรงของผมครับ มันจะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นได้อย่างแน่นอน... แต่คุณต้องซื่อสัตย์ และมีวินัยกับตัวเองมากๆ นะครับ

1. ห้ามเป็นหนี้นอกระบบเด็ดขาด!
อย่างแรกที่ผมอยากจะบอกคือ ไม่ว่าจะเข้าตาจนแค่ไหน สิ้นไร้ไม้ตอกยังไง ห้ามเอาตัวเองไปเป็นหนี้นอกระบบอย่างเด็ดขาด! ทั้งใบปิดประกาศที่ชอบมาแปะตามตู้เอทีเอ็ม ตามป้ายรถเมล์ ตู้โทรศัพท์ ฯลฯ (จำพวกที่ว่า ต่อให้วงเงินเต็มก็กู้ได้) หรือแม้แต่อาบังปล่อยกู้ในตลาดแถวบ้าน ย้ำว่า ห้ามเด็ดขาด! หนี้นอกระบบพวกนี้ดอกเบี้ยโหดมาก แถมถ้าคุณเบี้ยวยังมีการตามทวงที่ชวนเสียวไส้สุดๆ ดังนั้น อย่าแม้แต่จะคิดเชียว!

2. รีบเข้าโปรแกรม “รีไฟแนนซ์” ด่วน!
หนามยอก ต้องเอาหนามบ่ง! ถ้าคุณเป็นหนี้หลายๆ เจ้า และเดือนหนึ่งๆ ต้องแบ่งเงินเดือนอันน้อยนิดมาจ่ายเจ้านั้นเจ้านี้จนไม่เหลือ การเข้าโปรแกรมรีไฟแนนซ์จะช่วยลดภาระการผ่อนให้คุณได้ สมมุติว่า จากเดิมต้องจ่ายเดือนละ 7 เจ้า ก็เปลี่ยนมาจ่ายแค่เจ้าเดียว ด้วยยอดผ่อนที่น้อยกว่าเดิม มันจะช่วยให้คุณโฟกัสกับการใช้หนี้ได้ดีขึ้น มีเงินเหลือมากขึ้น และเงินที่เหลือนี้ (ถ้าเป็นไปได้) ก็ควรจะรีบนำมา “โปะ” แบบที่ผมทำด้วย ทุกอย่างจะได้จบเร็วขึ้น

ส่วนโปรแกรมรีไฟแนนซ์จะมีที่ไหนบ้าง และรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น คุณคงต้องลองค้นหาตามเว็บไซต์ของธนาคารต่างๆ ดูนะครับ อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นก็ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองหน่อย!

3. ปิดยอดแล้วยกเลิกบัตรเครดิตให้หมด!
หลังจากเข้าโปรแกรมรีไฟแนนซ์ ได้เงินไปปิดยอดบัตรเครดิตที่มีทุกใบแล้ว ขอให้คุณแจ้งยกเลิกมันให้หมด โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ อย่าให้เหลือไว้แม้แต่ใบเดียว บัตรเครดิตมันเหมาะกับคนที่มีวินัยทางการเงินดี และต้องการใช้จ่ายเพื่อสะสมแต้มแลกของรางวัล หรือเพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายเป็นครั้งคราวเท่านั้น การที่คุณเป็นหนี้ท่วมหัวขนาดนี้ได้ แสดงว่าวินัยการเงินของคุณไม่ได้เรื่องแล้ว ดังนั้นรีบอุดรูรั่วของตัวเองซะ อย่าให้มันมีโอกาสเติบโตได้อีก เอาไว้ถ้าใช้หนี้รีไฟแนนซ์หมด จึงค่อยสมัครบัตรเครดิตไว้ใช้ “แค่ 1 ใบเท่านั้น”

4. ห้ามก่อหนี้เพิ่มเด็ดขาด!
ลำพังหนี้ที่ต้องสู้รบปรบมืออยู่ทุกวันนี้ก็หนักหนาสาหัสจนแทบไม่เหลือเงินไว้กินข้าวอยู่แล้ว ขอร้องเถอะ เห็นแก่อนาคตตัวเองบ้าง หยุดก่อหนี้เพิ่มเสียที โดยเฉพาะในระหว่างที่รีไฟแนนซ์ จงโฟกัสและมุ่งมั่นเคลียร์หนี้รีไฟแนนซ์ให้หมดโดยไว จะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้น ถ้าขืนยังรูดปรื๊ดๆ เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ในโลกนี้คงไม่มีอะไรมาช่วยคุณได้แล้วละ!

5. ใช้บัตรรูดวันไหน จ่ายคืนวันนั้นทันที!
ต่อไปนี้ ถ้าคุณจะใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าอะไรก็ตาม ให้เอาวิธีนี้ของผมไปใช้ได้เลย รูดวันไหน จ่ายวันนั้น รูดตอนนี้ เดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ได้ตอนนี้เลยยิ่งดี ใช้บัตรเครดิตเพื่อสะสมแต้มเท่านั้นจะดีที่สุด ในเมื่อวินัยทางการเงินคุณบกพร่อง นิสัยเราไม่เหมือนคนอื่นเขาก็จงยอมรับมันซะ ห้ามใช้บัตรเครดิตเพื่อหมุนเงินอีกเป็นอันขาด มิเช่นนั้นมีหวังได้กลับไปเป็นหนี้หัวโตอีกรอบแน่ๆ

6. ห้ามใช้บัตรเครดิตกดเงินสดเด็ดขาด!
ผมสาธยายให้เห็นไปแล้วว่า ดอกเบี้ยรายวันชนิดทบต้น+ทบดอก ของการใช้บัตรเครดิตกดเงินสด (หรือใช้บัตรกดเงินสดต่างๆ) มันน่ากลัวแค่ไหน นี่คือข้อห้ามที่สำคัญมาก อย่าทำเด็ดขาด อันตรายสุดๆ

7. ต่อไปนี้ “ห้ามผ่อน” อยากได้อะไรต้อง “หยอดกระปุก” เท่านั้น!
สำหรับคนหย่อนวินัยทางการเงินอย่างพวกเรา ต้องท่องไว้เสมอว่า “เงินสด คือพระเจ้า” อยากได้อะไรขอให้ค่อยๆ หยอดกระปุกจนกว่าจะครบ แล้วค่อยซื้อ ไม่ว่าของที่อยากได้จะแพงแค่ไหน หรือเป็นของที่ใครๆ เขาก็ผ่อนกันก็ตามเถอะ (คนอื่นเขาไม่ได้ล้มเหลวแบบเรา จำไว้!) ลองมีชีวิตแบบปลอดหนี้การผ่อนของดูบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิตมันช่างเบาสบายซะเหลือเกิน!

8. เตือนตัวเอง “รู้จักพอเสียบ้าง”
ประสบการณ์ตรงที่ผมเล่าไว้ในตอนต้น สรุปได้ว่า ที่ผมเป็นหนี้หัวโตก็เพราะ “ไม่รู้จักพอ” ไม่รู้จักยับยั้งกิเลสความอยากได้อยากมี ปล่อยให้มันครอบงำจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ดังนั้น ใครที่เป็นแบบที่ผมเคยเป็น จงท่องเอาไว้ในใจเลย รู้จักพอเสียบ้าง อย่าอยากได้เกินไปนัก ของหลายๆ อย่าง ต่อให้ไม่มีก็ไม่ตาย ต่อให้ไม่มีก็ไม่เห็นต้องอายใคร กิเลสความอยากได้อยากมีตัวนี้ นับเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งปวง อยากได้เยอะ แต่เงินไม่พอ มันก็เป็นหนี้เยอะ... พอเป็นหนี้มันก็ทำให้หัวสมองคิดอะไรไม่ออก นอกจากจะต้องหาวิธีเอาเงินมาใช้หนี้ ถ้าคุณกดความอยากไว้ได้ ชีวิตคุณจะสบาย

... เชื่อผมสิ ผมผ่านมันมาแล้ว! …


ที่มา: http://www.fhm.in.th/SECTION-FEATURES/HOW-TO/READ-8--best-ways-to-relief-your-credit-card-debt/

45
สินเชื่อบ้าน / สินเชื่อ14แบงก์ซบเกินคาด
« เมื่อ: สิงหาคม 27, 2015, 02:38:33 PM »
สินเชื่อแบงก์พาณิชย์อ่อนแรง เชื่องานหนักถึงสิ้นปี เหตุรัฐระดมทุนเพิ่ม-โลกผันผวน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า การให้สินเชื่อขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาดเพียง 0.02% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ทำให้การเบิกใช้สินเชื่อในภาพรวมชะลอตัวลง ขณะที่การเติบโตนำโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ส่วนสินเชื่อรายย่อยยังถูกฉุดด้วยสินเชื่อเช่าซื้อที่ลดลงต่อเนื่อง

สำหรับการปล่อยสินเชื่อในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่ง ยังขยายตัวได้เล็กน้อย 1.69% ขณะที่ธนาคารขนาดกลาง 2 แห่ง ยังติดลบ 2.03% และธนาคารขนาดเล็ก 7 แห่ง ติดลบ 1.14% แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 การปล่อยสินเชื่อขยายตัวได้ 3.93% นำโดยกลุ่ม 5 ธนาคารใหญ่ ขยายตัวได้ 5.65% ขณะที่แนวโน้มการให้ช่วงที่เหลือของปีนี้ อาจโตใกล้กรอบล่างสุดของประมาณการที่ 4-6% เนื่องจากความเสี่ยงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ และฐานที่สูงในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

ด้านเงินฝากในเดือน ก.ค. ลดลงต่อเนื่องในปริมาณใกล้กับเดือนก่อนที่ 7.7 หมื่นล้านบาท หรือลบ 0.7% เนื่องจากธนาคารเน้นบริหารสภาพคล่องและต้นทุนการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มสินเชื่อ

ขณะที่สภาพคล่องยังคงตึงตัวขึ้น จากการบริหารต้นทุนของธนาคารที่ลดการแข่งขันระดมเงินฝาก ส่งผลส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ขยับขึ้นมาที่ 86.83% ขณะที่อัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวมของธนาคารก็ตึงตัวขึ้น โดยลดลงมาที่ 19.91% จาก 20.38% ในเดือนก่อนหน้า และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556

ศูนย์วิจัยฯ คาดว่า ทิศทางสภาพคล่องของระบบการเงินในช่วงที่เหลือของปีนี้อาจตึงตัวจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะจากความต้องการระดมทุนของภาครัฐที่เพิ่ม และความไม่แน่นอนของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะเป็นโจทย์ท้าทายธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยในระยะถัดไป


ขอบคุณข้อมูล http://www.posttoday.com/economy/finance/384205

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 17